Menu Close

กาวยูวี คืออะไร

กาวยูวี

กาวยูวี ( UVGlue )

กาวยูวี คืออะไร

             กาวยูวี คืออะไร กาวยูวีเป็นตัวผสานวัสดุที่มีความเรียบและใส ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้นมาก
ไม่ต้องรอให้กาวเซทตัว 6-10 ชั่วโมง เหมือนกับกาวชนิดอื่น และด้วยคุณสมบัติ ที่เมื่อแห้งจะใส
ไม่มีรอยคราบกาว ช่วยทำให้งานสวยงามมากขึ้น และมีแรงยึดเกาะสูง ทำคุณให้ได้ชิ้นงานที่สมบรูณ์แบบกาวยูวีใช้ในงานประดิษฐ์ DIY หรือการใช้งานในเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีความต้องการกาว ที่ใช้ในการเชื่อมประสานที่มีความแห้งใส ไม่ว่าจะเป็นวัสดุจำพวกกระจก พลาสติก อะคริลิค คริสตัล แก้ว เหล็ก หรือโลหะอื่นๆแม้กระทั่งกระดาษ  (กระดาษโฟโต้)
เช่น
K-300 UV กาวยูวี สําหรับงานติดกระจก,แก้ว..
ตัวกาวมีสีใส ใช้ยึดติดระหว่างกระจกและกระจก แก้ว งานหัตถกรรม และ งานเหลี่ยมพระ หลังยึดมีความแข็งแรงสูง ตัวกาวจะอาศัยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ช่วยในการทําปฏิกริยาให้กาว แข็งตัว ตัวกาวจะเซ็ทตัวภายใน 30 วินาที ใช้ในงานที่ต้องการความรวดเร็ว เหมาะกับชิ้นงานที่แสง UV สามารถผ่านเข้าถึง ยึดติดแน่น มีความแข็งแรง ไม่ทิ้งคราบ
กาวยูวีได้รับความนิยมเพิ่มมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีประสิทธิภาพ ที่ยึดติดชิ้นงานได้อย่างแข็งแรง ทนทานมากกว่ากาวประเภทอื่น และยังมีความสวยงามมากกว่ากาวชนิดอื่นๆอีกด้วย
 
กาวยูวีเป็นกาวที่ต้องอบแห้ง ด้วยแสงอุลตร้าไวโอเลตหรือแสงยูวี เพื่อทำให้เกิดปฎิกริยาในการทำให้กาวแข็งตัว มีคุณสมบัติในการยึดติดที่ดีมากยิ่งขึ้นในระดับโมเลกุล ซึ่งจะแตกต่างกับกาวประเภทอื่น ที่จะต้องใช้เวลาในการรอให้กาวแห้ง แต่กาว UV จะใช้แสง UV ในการทำให้กาวแห้ง และแข็งได้อย่างรวดเร็ว โดยกาว UV นั้นจะเป็นสารพวกพอลิเมอร์ที่จะใช้แสง UV
ในการทำให้การเชื่อมต่อกันระหว่างโมเลกุลนั้นมีความแข็งได้
 
K-300 UV กาวยูวี

 

กาวยูวีใช้งานยังไง

การใช้งานกาวยูวี มีเพียงไม่กี่ขั้นตอนง่ายๆ
1.เตรียมชิ้นงาน ทำความสะอาดด้วยแอลกอลฮอล เพื่อล้างคราบมัน และฝุ่นผง
2. ประกอบชิ้นงานเข้าด้วยกัน ใช้ไฟฉายUV(หาซื้อได้ทั้วไป)ส่องบริเวณที่จะติด
3.หยอดกาวลงบนชิ้นงาน ในปริมาณที่เหมาะสม
4.น้ำชิ้นงานประกบกัน ไล่ฟองอากาศออกให้หมด
5.อบแห้งด้วยแสงยูวี
6.วางชิ้นงานไว้ กาวจะเริ่มเซ็ทตัวภายใน 15-40 วินาที
 
          โดยวิธีที่ดีที่สุด ในการติดวัสดุต่างๆด้วยกาวยูวีนั้น สิ่งที่สำคัญคือระหว่างการฉายแสงยูวีให้กาวแห้ง ตัววัสดุที่เราต้องการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นกระจกกับกระจก หรือกระจกกับสเตนเลส
           จำเป็นจะต้องแนบติดกันอย่างสนิทแนบแน่น 100% จะให้มีช่องว่างได้อย่างมากก็ไม่เกิน 0.3 มิลลิเมตร
เพื่อเราจะได้ความแข็งแรงอย่างเต็มที่ ตามสเปคที่โรงงานกำหนดมา โดยเราอาจจะใช้เครื่องมือในการยึดจับ มาเป็นตัวช่วยในการแคมป์ชิ้นงานให้แนบสนิท เพียงเท่านี้ เราก็จะได้งานทีออกมาสวยงาม และสมบูรณ์แบบ

ข้อดี และ ข้อเสีย ของกาว UV

1.อาจจะมีการเปลี่ยนสีเหลืองในบางครั้ง

จากรายงานพบว่า ในบางครั้งกาว UV จะมีการเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หลังจากที่ใช้งานไป 1-2 ปี
ซึ่งจะเปลี่ยนจากเนื้อกาวจากที่มีความใส เป็นเนื้อกาวสีเหลืองอ่อน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานได้ โดย กาว UV นั้นไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทุกประเภท แต่จะมีบางประเภทเท่านั้นที่มีการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้มีสีเหลืองออกมาหลังจากที่ใช้ไประยะหนึ่ง โดยเราสามารถเลือกใช้งาน และเลือกกาวที่มีมาตรฐานการผลิตที่ดี และเชื่อถือได้

2.การทนต่อแรงเฉือนไม่ดีนัก

 กาวยูวีเมื่อเราฉายแสงยูวี เพื่อให้กาวทำปฎิกริยาโดยสมบรูณ์แล้ว เราแทบจะดึงกระจกแยกออกจากกันไม่ได้เลย (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการติดด้วย) เพราะกาวยูวีมีแรงยึดเกาะกระจกสูงมาก ถึง 200 กิโลกรัม ต่อตารางเซนติเมตร แต่จากรายงานพบว่า ในการขนส่งและเคลื่อนย้าย ประเภทโต๊ะ ตู้ ในบางครั้งรอยต่อที่มีการเชื่อมไว้ มีการหลุด หรือแยกออกจากัน เนื่องจากมีการสั่นสะเทือนและมีการบิดตัวของชิ้นส่วนที่ยึดติดกัน อาจจะเนื่องมาจากการมัด การยึดที่ไม่แน่นหนาพอ จึงทำให้เกิดแรงบิดเฉือนที่มากพอจะหลุดแยกออกได้ ดังนั้นในการเคลื่อนย้าย ต้องให้แน่ใจว่ายึดได้แน่นหนาเพียงพอแล้ว

3.มีราคาสูง

 ด้วยกาว UV จะมีราคาที่สูงกว่ากาวทั่วไปอยู่พอสมควร แต่ว่าไม่ได้สูงมากจนเกินไป ซึ่งราคาที่เพิ่มขึ้นมานั้น ผู้ที่ซื้อมาใช้งานสามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่ากัน ระหว่างกาวทั่วๆไปและกาวยูวี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับความสะดวกสบายและความง่ายในการทำงาน โดยที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว  กาว UV เรียกว่ามีความคุ้มค่ามากกว่ากาวแบบธรรมดา และในการลงทุนครั้งแรกนั้น ผู้ที่ใช้จำเป็นต้องซื้อโคมไฟ UV ด้วย เพื่อที่จะนำมาใช้งาน จึงทำให้การลงทุนในครั้งแรกนั้นมีราคาที่สูงกว่ากาวทั่วไปนั่นเอง 
 
 กาวยูวี เป็นกาว ใสไร้คราบ การใช้งานเช่น ติดสแตนเลสกับกระจก อลูมิเนียมกับกระจก โลหะ อะคริลิค พลาสติก อัญมณี เพชร พลอยและอื่นๆ คุณสามารถที่จะทำให้ กาวUV แห้ง ได้โดยการผ่านแสงUVเท่านั้น โดยใช้เวลาประมาณ 1-3 นาที หลังจากอบแห้งแล้วจะมีคุณสมบัติ ยึดติดแน่นทนทานและไม่มีคราบกาว ให้กวนใจ ใช้งานง่าย และใช้ได้กับงานหลาย ๆ ประเภท เพียงแค่ วัสดุที่นำมาติด จะต้องเรียบ ใส หรือเป็นวัสดุที่แสงสามารถผ่าน ไปทำปฏิกิริยากับกาวได้
 การเก็บกาวยูวี ให้เก็บไว้ในที่ร่ม หรือที่มืด ห่างจากแสงแดด ในอุณหภูมิห้องปกติ (หรือใส่ไว้ในตู้เย็น ช่องธรรมดา) สามารถเก็บรักษา ได้เป็นปี หลังจากการเปิดใช้งาน
 

ข้อควรระวังในการใช้งาน

– กรณีเข้าตาหรือสัมผัสแล้วเกิดการแพ้ ให้ทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที และควรรีบไปพบแพทย์ทันที การยีดอายุกาวเก็บในที่ไม่โดนความร้อนและแสงแดง
#กาว #กาวยูวี #กาวติดกระจก #กาวติดแก้ว
 

กาวยูวี ( UVGlue )

กาวยูวี คืออะไร

             กาวยูวี คืออะไร กาวยูวีเป็นตัวผสานวัสดุที่มีความเรียบและใส ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้นมาก
ไม่ต้องรอให้กาวเซทตัว 6-10 ชั่วโมง เหมือนกับกาวชนิดอื่น และด้วยคุณสมบัติ ที่เมื่อแห้งจะใส
ไม่มีรอยคราบกาว ช่วยทำให้งานสวยงามมากขึ้น และมีแรงยึดเกาะสูง ทำคุณให้ได้ชิ้นงานที่สมบรูณ์แบบกาวยูวีใช้ในงานประดิษฐ์ DIY หรือการใช้งานในเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีความต้องการกาว ที่ใช้ในการเชื่อมประสานที่มีความแห้งใส ไม่ว่าจะเป็นวัสดุจำพวกกระจก พลาสติก อะคริลิค คริสตัล แก้ว เหล็ก หรือโลหะอื่นๆแม้กระทั่งกระดาษ (กระดาษโฟโต้)
เช่น
K-300 UV กาวยูวี สําหรับงานติดกระจก,แก้ว..
ตัวกาวมีสีใส ใช้ยึดติดระหว่างกระจกและกระจก แก้ว งานหัตถกรรม และ งานเหลี่ยมพระ หลังยึดมีความแข็งแรงสูง ตัวกาวจะอาศัยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ช่วยในการทําปฏิกริยาให้กาว แข็งตัว ตัวกาวจะเซ็ทตัวภายใน 30 วินาที ใช้ในงานที่ต้องการความรวดเร็ว เหมาะกับชิ้นงานที่แสง UV สามารถผ่านเข้าถึง ยึดติดแน่น มีความแข็งแรง ไม่ทิ้งคราบ
กาวยูวีได้รับความนิยมเพิ่มมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีประสิทธิภาพ ที่ยึดติดชิ้นงานได้อย่างแข็งแรง ทนทานมากกว่ากาวประเภทอื่น และยังมีความสวยงามมากกว่ากาวชนิดอื่นๆอีกด้วย
 
กาวยูวีเป็นกาวที่ต้องอบแห้ง ด้วยแสงอุลตร้าไวโอเลตหรือแสงยูวี เพื่อทำให้เกิดปฎิกริยาในการทำให้กาวแข็งตัว มีคุณสมบัติในการยึดติดที่ดีมากยิ่งขึ้นในระดับโมเลกุล ซึ่งจะแตกต่างกับกาวประเภทอื่น ที่จะต้องใช้เวลาในการรอให้กาวแห้ง แต่กาว UV จะใช้แสง UV ในการทำให้กาวแห้ง และแข็งได้อย่างรวดเร็ว โดยกาว UV นั้นจะเป็นสารพวกพอลิเมอร์ที่จะใช้แสง UV
ในการทำให้การเชื่อมต่อกันระหว่างโมเลกุลนั้นมีความแข็งได้
 
K-300 UV กาวยูวี
 
กาวยูวีใช้งานยังไง
การใช้งานกาวยูวี มีเพียงไม่กี่ขั้นตอนง่ายๆ
1.เตรียมชิ้นงาน ทำความสะอาดด้วยแอลกอลฮอล เพื่อล้างคราบมัน และฝุ่นผง
2. ประกอบชิ้นงานเข้าด้วยกัน ใช้ไฟฉายUV(หาซื้อได้ทั้วไป)ส่องบริเวณที่จะติด
3.หยอดกาวลงบนชิ้นงาน ในปริมาณที่เหมาะสม
4.น้ำชิ้นงานประกบกัน ไล่ฟองอากาศออกให้หมด
5.อบแห้งด้วยแสงยูวี
6.วางชิ้นงานไว้ กาวจะเริ่มเซ็ทตัวภายใน 15-40 วินาที
 
          โดยวิธีที่ดีที่สุด ในการติดวัสดุต่างๆด้วยกาวยูวีนั้น สิ่งที่สำคัญคือระหว่างการฉายแสงยูวีให้กาวแห้ง ตัววัสดุที่เราต้องการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นกระจกกับกระจก หรือกระจกกับสเตนเลส
           จำเป็นจะต้องแนบติดกันอย่างสนิทแนบแน่น 100% จะให้มีช่องว่างได้อย่างมากก็ไม่เกิน 0.3 มิลลิเมตร
เพื่อเราจะได้ความแข็งแรงอย่างเต็มที่ ตามสเปคที่โรงงานกำหนดมา โดยเราอาจจะใช้เครื่องมือในการยึดจับ มาเป็นตัวช่วยในการแคมป์ชิ้นงานให้แนบสนิท เพียงเท่านี้ เราก็จะได้งานทีออกมาสวยงาม และสมบูรณ์แบบ
 
ข้อดี และ ข้อเสีย ของกาว UV
 
1.อาจจะมีการเปลี่ยนสีเหลืองในบางครั้ง
จากรายงานพบว่า ในบางครั้งกาว UV จะมีการเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หลังจากที่ใช้งานไป 1-2 ปี
ซึ่งจะเปลี่ยนจากเนื้อกาวจากที่มีความใส เป็นเนื้อกาวสีเหลืองอ่อน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานได้ โดย กาว UV นั้นไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทุกประเภท แต่จะมีบางประเภทเท่านั้นที่มีการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้มีสีเหลืองออกมาหลังจากที่ใช้ไประยะหนึ่ง โดยเราสามารถเลือกใช้งาน และเลือกกาวที่มีมาตรฐานการผลิตที่ดี และเชื่อถือได้
 
2.การทนต่อแรงเฉือนไม่ดีนัก
 
 กาวยูวีเมื่อเราฉายแสงยูวี เพื่อให้กาวทำปฎิกริยาโดยสมบรูณ์แล้ว เราแทบจะดึงกระจกแยกออกจากกันไม่ได้เลย (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการติดด้วย) เพราะกาวยูวีมีแรงยึดเกาะกระจกสูงมาก ถึง 200 กิโลกรัม ต่อตารางเซนติเมตร แต่จากรายงานพบว่า ในการขนส่งและเคลื่อนย้าย ประเภทโต๊ะ ตู้ ในบางครั้งรอยต่อที่มีการเชื่อมไว้ มีการหลุด หรือแยกออกจากัน เนื่องจากมีการสั่นสะเทือนและมีการบิดตัวของชิ้นส่วนที่ยึดติดกัน อาจจะเนื่องมาจากการมัด การยึดที่ไม่แน่นหนาพอ จึงทำให้เกิดแรงบิดเฉือนที่มากพอจะหลุดแยกออกได้ ดังนั้นในการเคลื่อนย้าย ต้องให้แน่ใจว่ายึดได้แน่นหนาเพียงพอแล้ว
 
3.มีราคาสูง
 
 ด้วยกาว UV จะมีราคาที่สูงกว่ากาวทั่วไปอยู่พอสมควร แต่ว่าไม่ได้สูงมากจนเกินไป ซึ่งราคาที่เพิ่มขึ้นมานั้น ผู้ที่ซื้อมาใช้งานสามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่ากัน ระหว่างกาวทั่วๆไปและกาวยูวี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับความสะดวกสบายและความง่ายในการทำงาน โดยที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว  กาว UV เรียกว่ามีความคุ้มค่ามากกว่ากาวแบบธรรมดา และในการลงทุนครั้งแรกนั้น ผู้ที่ใช้จำเป็นต้องซื้อโคมไฟ UV ด้วย เพื่อที่จะนำมาใช้งาน จึงทำให้การลงทุนในครั้งแรกนั้นมีราคาที่สูงกว่ากาวทั่วไปนั่นเอง 
 
 กาวยูวี เป็นกาว ใสไร้คราบ การใช้งานเช่น ติดสแตนเลสกับกระจก อลูมิเนียมกับกระจก โลหะ อะคริลิค พลาสติก อัญมณี เพชร พลอยและอื่นๆ คุณสามารถที่จะทำให้ กาวUV แห้ง ได้โดยการผ่านแสงUVเท่านั้น โดยใช้เวลาประมาณ 1-3 นาที หลังจากอบแห้งแล้วจะมีคุณสมบัติ ยึดติดแน่นทนทานและไม่มีคราบกาว ให้กวนใจ ใช้งานง่าย และใช้ได้กับงานหลาย ๆ ประเภท เพียงแค่ วัสดุที่นำมาติด จะต้องเรียบ ใส หรือเป็นวัสดุที่แสงสามารถผ่าน ไปทำปฏิกิริยากับกาวได้
 การเก็บกาวยูวี ให้เก็บไว้ในที่ร่ม หรือที่มืด ห่างจากแสงแดด ในอุณหภูมิห้องปกติ (หรือใส่ไว้ในตู้เย็น ช่องธรรมดา) สามารถเก็บรักษา ได้เป็นปี หลังจากการเปิดใช้งาน
 
 
ข้อควรระวังในการใช้งาน
– กรณีเข้าตาหรือสัมผัสแล้วเกิดการแพ้ ให้ทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที และควรรีบไปพบแพทย์ทันที การยีดอายุกาวเก็บในที่ไม่โดนความร้อนและแสงแดง
 
error: เนื้อหาได้รับการคุ้มครอง !! !!